ใครที่ชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด ต้องไม่พลาด “น้ำปลาหวาน” เลยนะ วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับ วิธีทําน้ําปลาหวาน แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ที่บ้าน แถมยังอร่อยถูกปาก ไม่ต้องไปซื้อที่ไหนไกล
ข้อควรรู้
- การเลือกวัตถุดิบดีๆ มีผลกับรสชาติมาก
- การเคี่ยวน้ำปลาหวานต้องใช้ไฟอ่อนๆ และคนเรื่อยๆ
- น้ำปลาหวานที่ทำเองจะสดใหม่และปรับรสได้ตามชอบ
วิธีทําน้ําปลาหวาน สูตรเด็ด
![]()
การทำน้ำปลาหวานให้อร่อยเด็ดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แค่มีวัตถุดิบดีๆ กับเทคนิคเล็กน้อย ก็จะได้น้ำปลาหวานรสชาติกลมกล่อมถูกใจไว้ทานคู่กับผลไม้เปรี้ยวๆ แล้วค่ะ เคล็ดลับสำคัญคือการเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และมีคุณภาพ เพราะจะส่งผลต่อรสชาติโดยตรงเลยนะ
ส่วนผสมน้ำปลาหวาน
การเตรียมส่วนผสมเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ ถ้าส่วนผสมครบถ้วนและมีคุณภาพดี รับรองว่าน้ำปลาหวานของเราจะออกมาอร่อยแน่นอน
- น้ำตาลปี๊บ: เลือกน้ำตาลปี๊บแท้ สีสวย กลิ่นหอม จะช่วยให้น้ำปลาหวานมีรสชาติหวานละมุน ไม่บาดคอ
- น้ำปลา: ใช้น้ำปลาดี มีกลิ่นหอม ไม่เค็มโดดจนเกินไป
- น้ำมะขามเปียก: คั้นสดๆ จะได้ความเปรี้ยวที่ลงตัวและกลิ่นหอมจากธรรมชาติ
- หอมแดง: ซอยบางๆ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนเล็กน้อย
- พริกขี้หนูสวน: ซอยละเอียด หรือบุบพอแตกตามชอบ เพิ่มความเผ็ดจัดจ้าน
- กุ้งแห้ง: เลือกกุ้งแห้งเนื้อดี ไม่เค็มจัด นำไปโขลกพอหยาบๆ เพื่อเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัส
การเลือกใช้น้ำตาลปี๊บแท้จะช่วยให้น้ำปลาหวานมีสีสวยและรสชาติที่นุ่มนวลกว่าการใช้น้ำตาลทรายเพียงอย่างเดียว ส่วนน้ำปลาเองก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกยี่ห้อที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ได้รสเค็มที่พอดีและกลิ่นหอมชวนรับประทาน
ขั้นตอนการทําน้ําปลาหวาน
มาถึงขั้นตอนการทำกันแล้วค่ะ ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดเลยนะ ลองทำตามนี้ดูค่ะ
- นำน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก ใส่ลงในหม้อหรือกระทะ ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายเข้ากันดี และส่วนผสมเริ่มข้นขึ้นเล็กน้อย
- เมื่อส่วนผสมเริ่มข้นได้ที่แล้ว ให้ใส่กุ้งแห้งโขลก หอมแดงซอย และพริกขี้หนูซอยลงไป คนให้เข้ากันดี
- เคี่ยวต่ออีกสักพักจนน้ำปลาหวานมีความเหนียวข้นตามต้องการ ชิมรสชาติ ปรับเพิ่มลดได้ตามชอบ ถ้าชอบหวานก็เพิ่มน้ำตาล ถ้าชอบเค็มก็เพิ่มน้ำปลา ถ้าชอบเปรี้ยวก็เพิ่มน้ำมะขามเปียก
- ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็นสนิทก่อนตักใส่ภาชนะเก็บไว้ หรือจะตักเสิร์ฟได้เลยก็ได้ค่ะ
| ส่วนผสมหลัก | ปริมาณโดยประมาณ |
|---|---|
| น้ำตาลปี๊บ | 200 กรัม |
| น้ำปลา | 4 ช้อนโต๊ะ |
| น้ำมะขามเปียก | 1/2 ถ้วย |
| หอมแดงซอย | 5 หัว |
| พริกขี้หนูซอย | ตามชอบ |
| กุ้งแห้งโขลก | 1/4 ถ้วย |
เคล็ดลับความอร่อยของน้ำปลาหวาน
![]()
การเลือกวัตถุดิบคุณภาพ
การทำน้ำปลาหวานให้อร่อยเด็ดนั้น เริ่มต้นที่การเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เหมือนกับการสร้างบ้านที่ต้องมีเสาเข็มแข็งแรง ถ้าวัตถุดิบไม่ดีตั้งแต่แรก รสชาติที่ออกมาก็คงไม่ถูกใจเท่าไหร่หรอกนะ
- น้ำปลา: ควรเลือกน้ำปลาแท้ที่หมักจากปลาทะเล 100% กลิ่นหอม ไม่เค็มโดดจนเกินไป ลองดมกลิ่นดู ถ้ากลิ่นฉุนแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งซื้อเลย
- น้ำตาลมะพร้าว: ใช้น้ำตาลมะพร้าวแท้ 100% ที่มาจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ สีจะออกน้ำตาลอ่อนๆ เนื้อนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมะพร้าว ไม่ใช่น้ำตาลปี๊บที่ผสมอย่างอื่นมานะ
- พริก: ใช้พริกขี้หนูสวนสดๆ จะได้ความหอมและเผ็ดร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าชอบเผ็ดมากก็ใส่พริกขี้หนูสวนเยอะหน่อย แต่ถ้าไม่ชอบเผ็ดมากก็ลดปริมาณลงได้
- หอมแดง: เลือกหอมแดงหัวเล็กๆ สดใหม่ ไม่เหี่ยว ไม่ฝ่อ จะได้กลิ่นหอมฉุนที่เป็นตัวชูโรงของน้ำปลาหวาน
การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเลือกวัตถุดิบที่ดี จะช่วยให้น้ำปลาหวานของเรามีรสชาติที่กลมกล่อมและอร่อยถูกปากยิ่งขึ้น เหมือนกับเชฟที่พิถีพิถันเลือกส่วนผสมทุกอย่างนั่นแหละ
เทคนิคการเคี่ยวน้ำปลาหวาน
การเคี่ยวน้ำปลาหวานก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญมากๆ เลยนะ ถ้าเคี่ยวไม่ดี น้ำปลาหวานอาจจะข้นเกินไป หรือไม่ก็เหลวเป็นน้ำเลยก็ได้
- ใช้ไฟอ่อน: ตอนเคี่ยว ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ตลอดเวลา เพื่อให้น้ำตาลละลายช้าๆ และไม่ไหม้ติดก้นหม้อ ถ้าใช้ไฟแรง น้ำตาลจะไหม้เร็วมาก แล้วน้ำปลาหวานของเราก็จะขมนะ
- คนเรื่อยๆ: คนส่วนผสมในหม้อไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำตาลจะละลายหมดและส่วนผสมเข้ากันดี การคนจะช่วยให้น้ำตาลไม่จับตัวเป็นก้อนและไม่ตกผลึกง่ายๆ
- สังเกตความข้น: เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำปลาหวานเริ่มข้นขึ้นเล็กน้อย ลองตักขึ้นมาดู ถ้าหยดลงไปแล้วเป็นสาย ไม่ขาดตอน ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ไม่ต้องเคี่ยวจนข้นมาก เพราะพอเย็นตัวลง มันจะข้นขึ้นอีกนะ
- พักให้เย็น: พอเคี่ยวเสร็จแล้ว ให้ยกลงจากเตา แล้วพักทิ้งไว้ให้เย็นสนิทก่อนค่อยนำไปใช้ หรือเก็บใส่ภาชนะ ถ้าเก็บตอนร้อนๆ อาจจะทำให้เสียเร็วได้
<table>
<thead>
<tr>
<th>อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส)</th>
<th>ผลลัพธ์ที่ได้</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ต่ำกว่า 80</td>
<td>น้ำปลาหวานจะเหลว ไม่ข้น</td>
</tr>
<tr>
<td>80 – 90</td>
<td>ความข้นกำลังดี ไม่ตกผลึกง่าย</td>
</tr>
<tr>
<td>สูงกว่า 90</td>
<td>อาจจะข้นเกินไป หรือไหม้ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
จำไว้ว่าการทำอาหารมันก็เหมือนการทดลองนั่นแหละ ลองปรับเปลี่ยนดูตามความชอบของเรานะ ไม่มีสูตรตายตัวหรอก
สรุป
เป็นไงกันบ้างคะกับวิธีทำน้ำปลาหวานที่เราเอามาฝาก? ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ แค่มีวัตถุดิบไม่กี่อย่าง ก็ทำน้ำปลาหวานอร่อยๆ ไว้กินเองที่บ้านได้แล้วนะ จะเอาไปจิ้มกับมะม่วงเปรี้ยวๆ หรือผลไม้อื่นๆ ก็เข้ากันสุดๆ รับรองว่าถูกใจทุกคนในบ้านแน่นอนค่ะ ลองทำดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าน้ำปลาหวานทำเองนี่แหละ อร่อยเด็ดที่สุด!
คำถามที่พบบ่อย
น้ำปลาหวานคืออะไร?
น้ำปลาหวานเป็นเครื่องจิ้มที่ทำจากน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และส่วนผสมอื่นๆ เช่น หอมแดง พริก กุ้งแห้ง มีรสชาติหวาน เค็ม เผ็ด ครบรส นิยมทานคู่กับผลไม้รสเปรี้ยว โดยเฉพาะมะม่วงดิบ
ทำอย่างไรให้น้ำปลาหวานอร่อยขึ้น?
การเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีเป็นสิ่งสำคัญมาก เช่น น้ำปลาแท้ น้ำตาลปี๊บอย่างดี และกะปิที่สะอาด จะช่วยให้น้ำปลาหวานมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม นอกจากนี้ การเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ อย่างใจเย็นจะช่วยให้น้ำปลาหวานข้นเหนียวและเก็บไว้ได้นานขึ้น
น้ำปลาหวานเก็บได้นานแค่ไหน?
น้ำปลาหวานที่ทำเองสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เพื่อคงความสดใหม่และป้องกันกลิ่นอาหารอื่นๆ