วิธีทำเมนูอาหาร > เคล็ดลับวิธีทําไก่ต้มน้ําปลาให้อร่อยนุ่มชุ่มฉ่ำใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

เคล็ดลับวิธีทําไก่ต้มน้ําปลาให้อร่อยนุ่มชุ่มฉ่ำใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

เมนูไก่ต้มน้ำปลาเป็นอาหารที่ทำง่ายและอร่อย เหมาะสำหรับทุกคนที่ชอบกินไก่และสมุนไพรไทย หากคุณต้องการทำไก่ต้มน้ำปลาให้นุ่มชุ่มฉ่ำใน 5 ขั้นตอนง่าย ๆ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมและทำอย่างไรให้ได้รสชาติที่อร่อยลงตัวที่สุด!

เคล็ดลับสำคัญ

  • เลือกใช้ไก่บ้านหรือไก่ไทยจะทำให้ได้เนื้อที่แน่นและนุ่ม
  • ควรล้างไก่ให้สะอาดเพื่อลดกลิ่นคาว และให้รสชาติที่ดีขึ้น
  • ใช้ไฟอ่อนในการต้มไก่เพื่อให้เนื้อไก่สุกทั่วถึงและนุ่ม

1. น้ำปลา

ภาพไก่ต้มสุกนุ่มราดน้ำปลาและสมุนไพรสด

น้ำปลาเนี่ย เป็นหัวใจหลักของเมนูไก่ต้มน้ําปลาเลยนะทุกคน! ถ้าเลือกน้ำปลาไม่ดี รสชาติพังแน่นอน ปกติแล้วผมจะเลือกน้ำปลาที่มีกลิ่นหอม ไม่เค็มโดดจนเกินไป แล้วก็ต้องเป็นน้ำปลาแท้ด้วยนะ ไม่เอาน้ำปลาผสม เพราะมันจะทำให้รสชาติไม่กลมกล่อม

บางคนอาจจะสงสัยว่า น้ำปลาแบบไหนถึงจะเหมาะ? จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวเลย แต่ส่วนตัวผมชอบใช้น้ำปลาที่ทำจากปลาหมัก เพราะมันจะมีรสชาติที่นัวๆ กลมกล่อมกว่าน้ำปลาที่ทำจากปลาไส้ตัน

เคล็ดลับอีกอย่างคือ ลองดมกลิ่นน้ำปลาก่อนซื้อทุกครั้ง ถ้ากลิ่นมันฉุนเกินไป หรือมีกลิ่นแปลกๆ ก็ให้หลีกเลี่ยงไปเลย เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าน้ำปลาขวดนั้นไม่ได้คุณภาพ

แล้วก็อย่าลืมดูส่วนผสมข้างขวดด้วยนะ ควรจะมีแค่ปลา น้ำเกลือ แล้วก็น้ำตาลนิดหน่อยก็พอ ถ้ามีส่วนผสมอย่างอื่นเยอะแยะมากมาย ก็อาจจะไม่ใช่น้ำปลาแท้ก็ได้

สุดท้ายนี้ ผมมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการใช้น้ำปลาในการทำไก่ต้มน้ําปลา

  • ค่อยๆ เติมน้ำปลาทีละน้อย แล้วชิมรสชาติไปเรื่อยๆ อย่าใส่เยอะเกินไปตั้งแต่แรก เพราะมันจะเค็มเกินไปได้
  • ถ้าชอบรสชาติที่เข้มข้นขึ้น สามารถเพิ่มปริมาณน้ำปลาได้ตามชอบ
  • แต่ถ้าไม่ชอบรสเค็มมาก อาจจะลดปริมาณน้ำปลาลง แล้วเพิ่มน้ำตาลปี๊บแทนก็ได้

2. น้ำตาลปี๊บ

น้ำตาลปี๊บเนี่ย สำคัญมากนะในการทำไก่ต้มน้ําปลาให้อร่อยเหาะ! มันจะช่วยให้รสชาติกลมกล่อม ไม่โดดจนเกินไป คือถ้าใส่น้ำตาลทรายอย่างเดียว มันจะหวานแหลมๆ แต่ถ้าเป็นน้ำตาลปี๊บ มันจะมีความนัวๆ ละมุนๆ มากกว่า

ผมเคยลองทำแบบไม่ใส่น้ำตาลปี๊บเลยนะ ผลคือ รสชาติมันขาดๆ เกินๆ ยังไงก็ไม่รู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่พอลองเติมไปนิดหน่อยเท่านั้นแหละ โอ้โห! รสชาติเปลี่ยนไปเลย มันช่วยดึงรสชาติของน้ำปลาออกมาได้ดีมากๆ เลยนะ

น้ำตาลปี๊บที่ดี ต้องมีสีน้ำตาลอ่อนๆ เนื้อเนียน ไม่แข็งจนเกินไป และที่สำคัญคือ ต้องมีกลิ่นหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำตาลปี๊บแท้ๆ นะครับ ถ้าได้น้ำตาลปี๊บที่ไม่ดี รสชาติของไก่ต้มน้ําปลาอาจจะเพี้ยนไปเลยก็ได้

จริงๆ แล้ว น้ำตาลปี๊บก็เหมือนตัวช่วยที่ทำให้ทุกอย่างมันลงตัวมากขึ้นนั่นแหละ ลองดูนะ แล้วจะรู้ว่ามันสำคัญจริงๆ

3. ซีอิ๊วดำ

ซีอิ๊วดำเนี่ย เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ไก่ต้มน้ําปลาของเรามีสีสันที่สวยงามน่าทานมากยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังอย่าใส่เยอะเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้รสชาติเค็มเกินไปได้ ใส่แค่พอให้สีสวยก็พอแล้วค่ะ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าซีอิ๊วดำมีกี่แบบ แล้วแบบไหนเหมาะกับการทำไก่ต้มน้ําปลาที่สุด? จริงๆ แล้วซีอิ๊วดำมีหลายชนิดค่ะ แต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปจะมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ:

  • ซีอิ๊วดำเค็ม: ตัวนี้จะให้สีที่เข้มและรสชาติเค็มจัด เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติเข้มข้น
  • ซีอิ๊วดำหวาน: ตัวนี้จะให้สีที่สวยงามและมีรสชาติหวานเล็กน้อย ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับไก่ต้มน้ําปลา
  • ซีอิ๊วดำ (ธรรมดา): ตัวนี้จะให้สีที่สวยงามและมีรสชาติเค็มปานกลาง

สำหรับไก่ต้มน้ําปลา ส่วนตัวแล้วชอบใช้ซีอิ๊วดำหวานมากกว่า เพราะจะช่วยให้ไก่มีสีที่สวยและรสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มจนเกินไป แต่ถ้าใครชอบรสชาติเข้มข้นก็สามารถใช้ซีอิ๊วดำเค็มผสมกับซีอิ๊วขาวได้ค่ะ

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ ลองชิมซีอิ๊วดำก่อนใส่ลงไปในหม้อต้มนะคะ จะได้กะปริมาณได้ถูกต้อง และไม่ทำให้ไก่เค็มเกินไปค่ะ

4. ข่า

ข่าเป็นส่วนผสมสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในการทำไก่ต้มน้ําปลา เพราะจะช่วยดับกลิ่นคาวของไก่ และเพิ่มความหอมให้กับน้ำซุปได้อย่างดีเยี่ยม การใช้ข่าอ่อนจะให้กลิ่นที่หอมละมุนกว่าข่าแก่ แต่ถ้าหาข่าอ่อนไม่ได้ ข่าแก่ก็ใช้ได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องทุบให้ละเอียดหน่อย เพื่อให้กลิ่นหอมออกมาได้เต็มที่

การเตรียมข่าสำหรับใส่ในไก่ต้มน้ําปลานั้นง่ายมาก เพียงแค่ล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่น หรือทุบพอแตก แล้วใส่ลงไปในหม้อพร้อมกับส่วนผสมอื่นๆ ได้เลย ปริมาณที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของไก่ และความชอบส่วนบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้ว ข่าประมาณ 3-4 แว่นต่อไก่ 1 ตัวก็ถือว่ากำลังดี

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ ก่อนใส่ข่าลงในหม้อ ลองนำไปคั่วในกระทะให้พอมีกลิ่นหอมก่อน จะช่วยเพิ่มความหอมให้กับน้ำซุปได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมแล้ว ข่ายังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เช่น ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยบำรุงร่างกาย ดังนั้น การใส่ข่าในไก่ต้มน้ําปลาจึงไม่เพียงแต่ทำให้อร่อย แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย

5. ตะไคร้

ตะไคร้เนี่ย ขาดไม่ได้เลยนะทุกคน! มันคือตัวชูโรงที่ทำให้น้ำซุปไก่ต้มน้ำปลาของเราหอมฟุ้งไปทั้งบ้านเลยแหละ กลิ่นหอมๆ ของตะไคร้จะช่วยดับกลิ่นคาวของไก่ได้ดีมาก แถมยังช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้นด้วยนะ

ปกติแล้วเนี่ย เราจะใช้ตะไคร้ประมาณ 3-4 ต้นต่อไก่หนึ่งตัว แต่ถ้าใครชอบกลิ่นหอมๆ แรงๆ ก็ใส่เพิ่มได้ตามใจชอบเลยนะ ไม่มีปัญหา! ที่สำคัญคือต้องทุบตะไคร้ให้แตกก่อนใส่ลงไปในหม้อนะ จะได้ปล่อยกลิ่นหอมออกมาได้เต็มที่

วิธีเตรียมตะไคร้ง่ายๆ เลย:

  1. ล้างตะไคร้ให้สะอาด เอาดินโคลนออกให้หมด
  2. ตัดส่วนโคนและปลายทิ้งไป
  3. ทุบตะไคร้ให้แตกเบาๆ
  4. หั่นเป็นท่อนๆ พอดีคำ

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ ถ้าอยากให้กลิ่นตะไคร้หอมยิ่งขึ้น ลองนำไปย่างไฟอ่อนๆ ก่อนทุบก็ได้นะ รับรองว่าหอมจนข้างบ้านต้องมาถามแน่นอน!

ตะไคร้เนี่ย นอกจากจะช่วยเพิ่มความหอมอร่อยให้กับไก่ต้มน้ำปลาแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วยนะ เคล็ดลับวิธีทําไก่ต้มน้ําปลา เพราะมันมีสรรพคุณช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยนะ จะบอกให้!

6. ใบมะกรูด

ไก่ต้มน้ําปลาโรยด้วยใบมะกรูดสด

ใบมะกรูดนี่ขาดไม่ได้เลยนะทุกคน! มันช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นให้กับไก่ต้มน้ําปลาของเราได้อย่างลงตัวเลยแหละ กลิ่นหอมของใบมะกรูดจะช่วยดับกลิ่นคาวของไก่ และทําให้น้ําซุปมีรสชาติที่ซับซ้อนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ปกติแล้วเนี่ย ผมจะฉีกใบมะกรูดสัก 2-3 ใบ ใส่ลงไปในหม้อต้มเลย แต่เคล็ดลับอีกอย่างคือการนําใบมะกรูดไปฉีกแล้วขยี้ๆ ก่อนใส่ จะทําให้กลิ่นหอมของมันออกมาได้ดีกว่าเดิมเยอะเลย ลองทําตามกันดูนะ รับรองว่าไก่ต้มน้ําปลาของคุณจะหอมอร่อยจนใครๆ ก็ต้องถามสูตรแน่นอน

ใบมะกรูดไม่เพียงแต่เพิ่มกลิ่นหอมเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วยนะ ช่วยบํารุงระบบย่อยอาหาร และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย

7. รากผักชี

รากผักชีสดพร้อมดินสำหรับทำอาหารไทย

รากผักชีเนี่ย เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ไก่ต้มน้ําปลามีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เลยนะ! หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วรากผักชีมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยดึงรสชาติของไก่ให้ออกมาได้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับคือการใช้รากผักชีทั้งราก ไม่ต้องตัดทิ้ง ล้างให้สะอาด แล้วทุบเบาๆ ก่อนใส่ลงไปในหม้อต้ม จะช่วยให้กลิ่นหอมออกมาได้เต็มที่

บางคนอาจจะสงสัยว่าใส่มากน้อยแค่ไหนถึงจะพอดี? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณไก่ที่เราใช้ด้วยนะ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเป็นไก่ทั้งตัว ก็ใช้รากผักชีประมาณ 3-5 รากกำลังดีเลย

รากผักชีที่ใช้ ควรเป็นรากที่สดใหม่ ไม่เหี่ยว หรือมีรอยช้ำ เพราะจะทำให้กลิ่นหอมไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ การใส่รากผักชีมากเกินไป อาจจะทำให้รสชาติของไก่ขมได้ เพราะฉะนั้นใส่แต่พอดี จะดีที่สุด

ถ้าไม่มีรากผักชีสด จะใช้แบบแห้งแทนก็ได้นะ แต่กลิ่นอาจจะไม่หอมเท่าแบบสด และต้องระวังเรื่องปริมาณการใช้ด้วย เพราะแบบแห้งจะมีรสชาติเข้มข้นกว่า

วิธีเก็บรักษารากผักชีสดให้อยู่ได้นานๆ ก็คือ ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง แล้วห่อด้วยกระดาษทิชชู ใส่ในกล่องพลาสติก แช่ตู้เย็นไว้ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

สรุปง่ายๆ เลยนะ รากผักชีเนี่ย เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ไก่ต้มน้ําปลามีกลิ่นหอมอร่อย อย่าลืมใส่ลงไปด้วยนะ รับรองว่าไก่ต้มน้ําปลาของคุณจะอร่อยขึ้นอีกเยอะเลย!

8. กระเทียม

กระเทียมเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมสำคัญที่ช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้กับไก่ต้มน้ําปลาของเราได้เป็นอย่างดี การใช้กระเทียมไทยกลีบเล็กจะให้กลิ่นหอมฉุนกว่ากระเทียมจีน แต่ก็สามารถใช้กระเทียมจีนได้เช่นกันตามความชอบ

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือการทุบกระเทียมพอแตก แทนที่จะสับละเอียด จะช่วยให้กลิ่นหอมของกระเทียมออกมาได้ดีกว่า และไม่ทำให้กระเทียมไหม้เร็วเกินไปขณะต้ม

การใส่กระเทียมในไก่ต้มน้ําปลามีข้อดีหลายอย่าง:

  • ช่วยดับกลิ่นคาวของไก่
  • เพิ่มรสชาติที่ซับซ้อนและกลมกล่อม
  • มีสรรพคุณทางยา ช่วยลดไขมันและต้านเชื้อแบคทีเรีย

บางคนอาจจะชอบใส่กระเทียมเยอะๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น แต่สำหรับบางคนอาจจะชอบแค่กลิ่นหอมอ่อนๆ ดังนั้นปริมาณกระเทียมที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลเลยค่ะ

9. ไก่บ้าน

ไก่บ้านถือเป็นวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเมนูไก่ต้มน้ําปลา เพราะเนื้อไก่บ้านมีความเหนียวหนึบและมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าไก่เนื้อ ทำให้เมื่อนำมาต้มแล้วได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมลงตัว

หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่การเลือกไก่บ้านที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ นะครับ เพราะถ้าได้ไก่ที่สดใหม่ เนื้อแน่น ไม่เละ จะช่วยยกระดับเมนูไก่ต้มน้ําปลาของเราให้พิเศษขึ้นไปอีกขั้นเลยล่ะ

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ ลองเลือกไก่บ้านที่เลี้ยงแบบปล่อย เพราะไก่พวกนี้จะมีเนื้อที่แน่นกว่าไก่ที่เลี้ยงในฟาร์มแบบปิดครับ

และนี่คือข้อดีของการใช้ไก่บ้าน:

  • เนื้อแน่น ไม่เละง่าย
  • รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม
  • มีไขมันแทรก ทำให้เนื้อชุ่มฉ่ำ
  • ให้ความรู้สึกเหมือนกินไก่ต้มน้ําปลาสูตรโบราณ

10. น้ำมันหอย

น้ำมันหอยเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ไก่ต้มน้ําปลามีรสชาติกลมกล่อมและมีมิติมากยิ่งขึ้น หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วมันช่วยดึงรสชาติของส่วนผสมอื่นๆ ออกมาได้ดีเลยทีเดียว

  • ช่วยเพิ่มความนัว: น้ำมันหอยจะช่วยเพิ่มความนัวให้กับน้ำซุป ทำให้รสชาติโดยรวมมีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
  • เสริมรสอูมามิ: นอกจากความนัวแล้ว น้ำมันหอยยังมีรสอูมามิ ซึ่งเป็นรสชาติที่ซับซ้อนและอร่อย ทำให้ไก่ต้มน้ําปลามีรสชาติที่โดดเด่น
  • ทำให้สีสันสวยงาม: น้ำมันหอยจะช่วยให้ไก่มีสีสันที่สวยงาม น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ อย่าใส่น้ำมันหอยเยอะจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้รสชาติเค็มเกินไปได้ เริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มหากรสชาติยังไม่ถูกใจ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบที่จะใส่น้ำมันหอยลงไปในขั้นตอนสุดท้ายของการต้ม เพื่อให้รสชาติของมันยังคงอยู่และไม่ถูกความร้อนทำลายไปมากนัก ลองทำตามกันดูนะครับ รับรองว่าไก่ต้มน้ําปลาของคุณจะอร่อยขึ้นอีกแน่นอน!

สรุป

จบกันไปแล้วกับวิธีทำไก่ต้มน้ำปลา ที่ทำได้ง่าย ๆ และอร่อยมาก ๆ เมนูนี้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋าในครัว การเลือกใช้ไก่ที่สดและเครื่องปรุงที่ดี จะทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและเนื้อไก่นุ่มชุ่มฉ่ำ อย่าลืมลองทำตามสูตรที่แนะนำกันดูนะ รับรองว่าทุกคนในบ้านจะต้องชอบแน่นอน!

คำถามที่พบบ่อย

ไก่ต้มน้ำปลาต้องใช้ไก่ชนิดไหน?

ควรใช้ไก่บ้านหรือไก่ไทย เพราะเนื้อจะนุ่มและชุ่มชื้นกว่าไก่พันธุ์อื่นๆ.

ควรต้มไก่นานแค่ไหน?

ควรต้มประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของไก่ เพื่อให้เนื้อนุ่ม.

มีเคล็ดลับในการทำให้น้ำซุปอร่อยไหม?

สามารถใส่สมุนไพรอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติ.