กล้วยบวชชีเป็นขนมไทยที่มีรสชาติหวานมันและกลิ่นหอมจากกะทิ ทำให้เป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย วันนี้เราจะมาทำกล้วยบวชชีให้นุ่มหนึบ อร่อยไม่เละ ด้วยสูตรลับที่คุณต้องลอง! มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า!
เคล็ดลับสำคัญ
- เลือกกล้วยน้ำว้าสุกหรือกล้วยห่ามเพื่อให้รสชาติกลมกลืน
- การนึ่งกล้วยก่อนต้มช่วยให้เนื้อกล้วยไม่เละ
- เก็บรักษาในตู้เย็นเพื่อคงความสดใหม่
เคล็ดลับการเลือกกล้วยที่เหมาะสม
![]()
เลือกกล้วยน้ำว้าสุก
การทำกล้วยบวชชีให้อร่อย เริ่มต้นที่การเลือกกล้วยเลยครับ! กล้วยน้ำว้าสุกกำลังดี จะให้รสชาติหวานมันที่ลงตัว ไม่แข็งกระด้าง และไม่เละจนเกินไป ลองสังเกตที่เปลือกกล้วย ควรมีสีเหลืองสวย แต่ไม่ถึงกับมีจุดดำเยอะนะครับ ถ้ามีจุดดำมากเกินไป แสดงว่ากล้วยสุกงอมเกินไป อาจจะไม่เหมาะกับการนำมาทำกล้วยบวชชี เพราะจะเละง่าย
กล้วยห่ามก็ใช้ได้
บางคนชอบกล้วยบวชชีที่มีเนื้อหนึบๆ หน่อย กล้วยห่ามก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ! กล้วยห่ามจะมีรสชาติหวานน้อยกว่ากล้วยสุก แต่เนื้อจะแน่นกว่า ต้มแล้วไม่เละ สูตรกล้วยบวชชีที่ใช้กล้วยห่าม จะได้รสสัมผัสที่แตกต่างไปอีกแบบ ลองดูนะครับว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน
ถ้าหากไม่แน่ใจว่ากล้วยที่เลือกมาจะสุกหรือห่ามเกินไปรึเปล่า ลองกดเบาๆ ที่ผลดูครับ ถ้ากดแล้วนิ่มยวบยาบ แสดงว่าสุกเกินไป แต่ถ้ากดแล้วแข็งโป๊ก แสดงว่ายังดิบอยู่ ให้เลือกกล้วยที่กดแล้วมีความนิ่มเล็กน้อย จะกำลังดีเลยครับ
ขั้นตอนการทำกล้วยบวชชีให้นุ่มหนึบ
![]()
การเตรียมวัตถุดิบ
ก่อนที่เราจะเริ่มทำกล้วยบวชชีแสนอร่อย เราต้องเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก่อนนะ! การเตรียมวัตถุดิบที่ดีจะช่วยให้ขั้นตอนการทำราบรื่นและได้รสชาติที่อร่อยลงตัว
- กล้วยน้ำว้าสุกกำลังดี (ไม่เละเกินไป)
- กะทิ (จะใช้กะทิสดหรือกะทิกล่องก็ได้)
- น้ำตาลทราย
- น้ำตาลปี๊บ (ถ้ามี จะช่วยเพิ่มความหอมหวาน)
- เกลือ
- ใบเตย (ขาดไม่ได้เลย เพิ่มความหอม)
วิธีการต้มกล้วย
มาถึงขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้กล้วยของเรานุ่มหนึบ ไม่เละ! เคล็ดลับอยู่ที่การต้มกล้วยอย่างถูกวิธี
- ปอกกล้วย หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ (ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป)
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือเล็กน้อย (ช่วยให้กล้วยมีรสชาติกลมกล่อม)
- นำกล้วยลงไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 5-7 นาที (หรือจนกล้วยเริ่มนิ่ม)
- ตักกล้วยขึ้นพักไว้ (พักไว้ก่อน อย่าเพิ่งใส่ในน้ำกะทิ)
- ตั้งหม้อ ใส่น้ำกะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ (ถ้ามี) เกลือ และใบเตย
- เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนน้ำตาลละลายและมีกลิ่นหอม
- ใส่กล้วยที่ต้มไว้ลงไปในน้ำกะทิ
- เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนๆ อีกประมาณ 10-15 นาที (หรือจนกล้วยนุ่มหนึบตามต้องการ)
การเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จะช่วยให้กล้วยดูดซึมน้ำกะทิได้ดี และไม่ทำให้กะทิแตกมัน ที่สำคัญคือต้องคนเบาๆ เพื่อไม่ให้กล้วยติดก้นหม้อ
การเสิร์ฟและเก็บรักษากล้วยบวชชี
![]()
เสิร์ฟอย่างไรให้อร่อย
กล้วยบวชชีที่อร่อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่การเสิร์ฟก็มีผลอย่างมาก! ลองทำตามนี้ดู:
- เสิร์ฟขณะอุ่น: ความอุ่นจะช่วยให้กลิ่นหอมของกะทิและกล้วยเด่นชัดขึ้น
- โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด: เพิ่มความมันและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย
- จัดใส่ถ้วยสวยงาม: การจัดวางที่ดีจะช่วยเพิ่มความน่ารับประทาน
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือการเพิ่มน้ำแข็งเล็กน้อยในวันที่อากาศร้อน จะช่วยให้กล้วยบวชชีเย็นชื่นใจและอร่อยยิ่งขึ้น
วิธีเก็บรักษาให้สดใหม่
ถ้าทำกล้วยบวชชีเยอะเกินไป ไม่ต้องกังวล! มีวิธีเก็บรักษาให้ยังอร่อยได้หลายวัน:
- แช่ตู้เย็น: เก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด สามารถเก็บได้ 2-3 วัน
- อุ่นก่อนเสิร์ฟ: อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ หรือไมโครเวฟ
- สังเกตกลิ่นและรส: หากมีกลิ่นเปรี้ยวหรือรสชาติเปลี่ยนไป ไม่ควรรับประทาน
| วิธีการเก็บรักษา | ระยะเวลา | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| แช่ตู้เย็น | 2-3 วัน | ปิดฝาให้สนิท |
| แช่แข็ง | 1 เดือน | รสชาติอาจเปลี่ยนเล็กน้อย |
สรุป
การทำกล้วยบวชชีให้นุ่มหนึบไม่ใช่เรื่องยากเลยนะคะ แค่มีวัตถุดิบที่ถูกต้องและทำตามขั้นตอนที่แนะนำ รับรองว่าได้ขนมไทยอร่อยๆ ไว้ทานกันที่บ้านแน่นอน ใครที่ยังไม่เคยลองทำ ลองดูนะคะ รับรองว่าคุณจะติดใจในรสชาติและความหอมของกะทิที่เข้ากันกับกล้วยอย่างลงตัว ถ้าทำได้แล้ว อย่าลืมแชร์ประสบการณ์กันด้วยนะ!
คำถามที่พบบ่อย
เลือกกล้วยชนิดไหนดีที่สุดสำหรับทำกล้วยบวชชี?
ควรเลือกกล้วยน้ำว้าสุกหรือกล้วยห่าม เพราะจะทำให้กล้วยเหนียวหนึบและไม่เละเมื่อทำเสร็จ.
ต้องเตรียมวัตถุดิบอะไรบ้างในการทำกล้วยบวชชี?
วัตถุดิบหลักคือกล้วย น้ำเปล่า น้ำตาล กะทิ และเกลือ.
เก็บรักษากล้วยบวชชีอย่างไรให้นานและสดใหม่?
ควรเก็บในตู้เย็นในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อรักษาความสดและความอร่อย.